ร้านอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร สูตรอาหาร สถานที่พิเศษ อาหารดีต่อสุขภาพ ร้านอาหาร ข้อมูลร้านอาหาร กินและดื่มที่กรุงเทพ ค้นพบเมนูอาหาร รีวิวอาหาร Blog Foody
เที่ยวเมืองไทย

เที่ยวนครศรีธรรมราช 3 วัน 2 คืนเที่ยวฟิน กินกระจายสไตล์ “เมืองรอง” ต้องไปลอง!

Written by foodee

วันนี้มาเที่ยวในโครงการ Go Local Enjoy Local เที่ยวเมืองรอง ที่ไม่เป็นรองใคร โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  โดยเรามาเยือนจังหวัด “นครศรีธรรมราช” อีกหนึ่งเมืองรองน่าลองไปเที่ยวแห่งภาคใต้ของไทย

“นครศรีธรรมราช” เป็นเมืองที่มีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมามากมาย จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ด้านศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ช่างฝีมือพื้นบ้าน รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้คน และอาหารการกินของชาวนครศรีธรรมราชก็มีเอกลักษณ์ โดดเด่นไม่เหมือนใคร

สำหรับทริปนี้เรามาแบบ 3 วัน 2 คืน โดยวันแรกเราจะเราจะเน้นเที่ยวในตัวเมืองนครศรีธรรมชาติ และวันที่เหลือเราจะเที่ยวรอบๆ เมืองนครศรีธรรมราชที่สวยน่าเที่ยวไม่แพ้กัน

มาถึงนครศรีธรรมราชปุ๊บ เราก็ตรงดิ่งไป วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพราะที่นี่ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช  ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นอกจากนี้ภายในวัดยังมีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราชและพระนางเลือดขาวด้วย

อีกทั้งห้ามพลาดไหว้ “พระแอด” หรือพระมหากัจจาย ความศักดิ์สิทธิ์นั้นเลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศ โดยชาวบ้านนิยมเอาไม้ค้ำ ไปวางค้ำไว้ที่ด้านหลังของพระแอด เพราะเชื่อว่าจะทำให้หายจากอาการปวดหลังได้

ทำบุญไหว้พระขอพรให้อิ่มใจแล้ว มาเที่ยวเมืองนครทั้งที ก็ต้องไปหาร้านขนมจีนอร่อยๆ กินสักครั้ง

โดยร้านที่เราแวะมาชิม คือ  “ร้านขนมจีนปักษ์ใต้เส้นสดแม่แอ็ด” ร้านขนมจีนเส้นสดเจ้าแรกของเมืองนคร รสชาติดี สะอาด อร่อย ทำเส้นกันสดๆ นุ่มเหนียว กินกับน้ำยาอะไรก็อร่อย แต่ยังไงมาเนิ่นๆ หน่อย เพราะมีลูกค้ามาแวะชิมกันเป็นจำนวนมาก จะได้ไม่รอนาน

และเหมือนติดเป็นนิสัยไปแล้ว ว่าเวลาไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม เรามักจะไปสักการะศาลหลักเมืองของจังหวัดนั้นๆ ด้วยศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของสนามหน้าเมือง

มีอาคารทั้งหมด 4 หลัง หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานของศาลหลักเมือง มีลักษณะ คล้ายศิลปะศรีวิชัย เรียกว่าทรงเหมราชลีลา ส่วนอาคารเล็กทั้งสี่หลัง ถือเป็นบริวารสี่ทิศ เรียกว่าศาลจตุโลกเทพ ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระพรหมเมืองและศาลพรบันดาลเมือง

มาที่นี่ยังมีอีกสถานที่หนึ่งห้ามพลาด คือ เสาชิงช้า ที่ต้องบอกว่า ไม่ได้มีแค่ที่กรุงเทพฯนะ โดยเสาชิงช้าที่นี่ตั้งอยู่ใน หอพระอิศวรและหอพระนารายณ์ ที่ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของพระอิศวรและ ฐานโยนิ

รวมทั้งเทวรูปสำริดอีกหลายองค์ อาทิ เทวรูปศิวนาฎราช พระอุมาและพระพิฆเนศ ซึ่งจำลองจากองค์จริงที่เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาตินครศรีธรรมราช คาดว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ได้ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จึงได้มีการบูรณะใหม่ไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

จากนั้นไปชมพิพิธภัณฑ์หนังตะลุง คุณลุงสุชาติ ทรัพย์สิน ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงแห่งแรกของไทยที่เป็นแหล่งเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญของประเทศอีกด้วย ภายในจัดแสดงรูปหนังตะลุงโบราณในภาคใต้อายุมากกว่า 100 ปี

รวมถึงรูปหนังตะลุงในภูมิภาคต่าง ๆ และรูปหนังตะลุงนานาชาติ ที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยนายหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน) พ.ศ.2549 เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงมีชีวิต

นอกจากนี้มีห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านภาคใต้ มีเวทีสาธิตเชิดหนังตะลุงอย่างครบวงจร การสาธิตการแกะตัวหนังตะลุง และสินค้าที่ระลึกตัวหนังตะลุงอีกด้วย

ตอนเย็นๆ เราไปเดินเที่ยว “หลาดหน้าพระธาตุ” บนถนนราชดำเนิน ช่วงหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่นี่เป็นแหล่งรวมของอร่อย ศิลปะและวัฒนธรรม วิถีของคนคอน เปิดทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. จัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด “ไม่ได้สร้างถนนคนเดินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเผยแพร่ และอนุรักษ์วัฒนธรรมของนครฯพร้อมกับสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่น”

พื้นที่ของหลาดหน้าพระธาตุ แบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนศิลปวัฒนธรรม มีการออกร้านแนว DIY การสาธิตทำผ้าบาติก หนังตะลุง มโนราห์ / โซน OTOP หัตถกรรม จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ของดีมีคุณภาพของเมืองนคร / โซนอาหาร โซนนี้แหล่ะที่เป็นทีเด็ด มีอาหารพื้นถิ่นปักษ์ใต้ที่หากินได้ยาก ของกินอร่อยทั้งคาวหวานสารพัด น่ากินๆ ทั้งนั้นเลย

มื้อค่ำเราแวะเติมพลังที่ ครัวนายหนัง คือถ้าอยากชิมอาหารใต้พื้นบ้านแบบดั้งเดิมต้องมาร้านนี้ นอกจากมีเมนูเด็ดเป็นอาหารใต้แบบโบราณแล้ว ยังทำการสืบสานวัฒนธรรมภาคใต้ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชม โดยจัดให้มีการแสดงหนังตะลุงในทุกๆ ค่ำคืน และเพิ่มความสะดวกด้วยการจัดโซนที่นั่งให้ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม

วันถัดมาเราไปแวะกินอาหารเช้าอร่อยๆ ที่ ร้านข้าวแกงสุดยอดสะพานยาว คือถ้ามาเที่ยวนครศรีธรรมราชแล้วอยากกินข้าวแกงปักษ์ใต้รสเด็ดๆ ล่ะก็ แนะนำร้านนี้เลยจ้า “ร้านข้าวแกงสุดยอด”

ทีเด็ดของร้านนี้อยู่ที่ความหลากหลายของอาหารที่มีให้เลือกหลายสิบชนิด แต่ละอย่างก็รสชาติจัดจ้านตามสไตล์ปักษ์ใต้แท้ๆ สุดยอดสมชื่อไปเลย

จากนั้นแวะไปจิบกาแฟ นั่งชิลล์ๆ ต่อกันหน่อยที่ ร้าน  “Khonnect Cafe” ซึ่งเล่นคำกับคำว่า connect นั่นแหล่ะ  แต่ด้วยความที่เป็นนครฯ เลยใส่ชื่อภาษาอังกฤษของเมืองนครเข้าไปในชื่อซะเลย ฟังแล้วเท่ชะมัด ร้านนี้ตั้งอยู่ภายในปั๊มเชลล์ ถนนราชดำเนิน ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ไม่ไกลจากวัดพระมหาธาตุ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองนครฯครับ หาไม่ยาก ถามใครใครก็รู้จัก

ตัวร้านมีพื้นที่ให้บริการถึงสองชั้น ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติ ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ และใช้โทนสีน้ำตาล ผสมผสานกับต้นไม้เล็กๆ ภายในร้าน ดูแล้วอบอุ่น สบายตา โล่งโปร่งสบาย หลังคาสูง ด้านหน้าร้านเป็นกระจกรับแสงจากภายนอก ช่วยทำให้ร้านดูสว่าง และไม่อึดอัด

ส่วนชั้นล่างจะดูคึกคักหน่อย เพราะมีคนแวะเวียดมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย ขึ้นไปชั้นบน บรรยากาศจะสงบหน่อย เหมาะกับการมานั่งจิบกาแฟเพลินๆ หรือจะมาทำงานชิลล์ๆ พร้อมกับกินของอร่อยไปด้วย

มาถึงเรื่องของของกินบ้างดีกว่า “Khonnect Café” มีเครื่องดื่มให้ได้ชิมกันหลากหลาย รวมถึง ชา กาแฟ น้ำผลไม้ และเบเกอรี่โฮมเมดรสชาติไม่ธรรมดา ไว้ให้สั่งมาชิมกัน

หลังจากพาเที่ยวในตัวเมืองแล้ว เราเลยขอเปลี่ยนบรรยากาศออกไปเที่ยวรอบๆ จังหวัดนครศรีธรรมราชกันบ้าง มีทั้งวัดวาอาราม ป่าเขาลำเนาไพร ท้องทะเลสวยๆ เราก็จัดลิสต์มาให้ ไปตามรอยกันได้

พิกัดแรกเราจะพาไปขอพร ขอโชค ขอลาภจาก ไอไข่แห่งวัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช  เขาเล่าว่าเป็น“วิญญาณเด็กศักดิ์สิทธิ์” เมื่อเกือบ 200 ปี เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย ที่นี่ไม่มีการโฆษณาใดๆ แต่ทุกคนที่มาเพราะความเลื่อมใสอย่างแท้จริง

ทุกวันผู้คนต่างหลั่งไหลไปขอพรไม่ขาดสาย จะเห็นได้ว่าในวัดเต็มไปด้วยสิ่งของที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาเอามาแก้บน (รูปปั้นไก่ชน ของเล่นเด็ก และการจุดประทัด) บ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่ และแสดงถึงผลสัมฤทธิ์จากผู้ที่มาขอแล้วได้รับ

จากนั้นเราไปเช็คอินหมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่แสนสงบ ท่ามกลางขุนเขาโอบล้อม สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่ายและน่าค้นหา บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็ก ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ที่นี่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงสายใยการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมนักท่องเที่ยวหลายคนถึงติดใจและหลงเสน่ห์ของบ้านคีรีวงกันเป็นแถว ๆ

ถ้าไปเที่ยวคีรีวง จุดไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยนั่นคือ “สะพานบ้านคีรีวง” และอย่าลืมไปถ่ายภาพกับป้าย้หมู่บ้านด้วยล่ะ แล้วถ้ามีเวลาก็เข้าไปเที่ยวในหมู่บ้าน ไปทำกิจกรรมชุมชน บอกเลยว่า ต้องฟินแล้วประทับใจแน่นอน

ฟินกับธรรมชาติแล้ว ก็ออกไปเดินทางไปไหว้พระขอพรพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์แห่งวัดธาตุน้อย วัดธาตุน้อย หรือ วัดพระธาตุน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอช้างกลาง ตั้งขึ้นโดยความประสงค์ ของพ่อท่านคล้าย (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ) พระเกจิอาจารย์ที่ชาวปักษ์ใต้เลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงยิ่งรูปหนึ่ง

ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชน ที่เคารพนับถือ ศรัทธา พ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น ท่านมักจะให้พรกับทุกคน ขอให้ เป็นสุข เป็นสุข

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ได้ชื่อว่าเป็นเทวดาเมืองคอน เทพเจ้าแห่งแดนใต้ ชาวเมืองคอนเสื่อมใส ศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง โดยประดิษฐานพระเจดีย์พระสารีริกธาตุและสรีระสังขารพ่อท่านคล้าย ในโลงแก้วประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ ปัจจุบันสรีระพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ประดิษฐ์ฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ ณ สถานที่นี้ จึงเป็นเจดีย์อนุสรณ์สถานพ่อท่านคล้ายอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเที่ยวที่ไปมาแล้ว นครศรีธรรมราชยังมีเที่ยวสวยๆ  น่าไปลองค้นหาและเที่ยวชมอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกพรหมโลก น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีลานหินกว้างและแอ่งน้ำคล้ายสระน้ำธรรมชาติ แม้น้ำตกสายนี้มีทั้งหมด 50 ชั้นก็จริง ทว่าได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 4 ชั้นเท่านั้น

ได้แก่หนานวังน้ำวน หนานวังไม้ปัก หนานวังหัวบัว และหนานวังอ้ายแล นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้เสด็จประพาสชมความงดงามของน้ำตกพรหมโลกในปี พ.ศ. 2502 และได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “ภ.ป.ร” และ “ส.ก.” ไว้ที่หน้าผาน้ำตกชั้นที่ 1 อีกด้วย

หรือจะไปเที่ยว วัดเขาขุนพนม ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาขุนพนม อำเภอพรหมคีรี เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงพุทธศตวรรษที่ 20

มีตำนานท้องถิ่นเล่าขานว่า วัดนี้เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จมาประทับและจำพรรษาในฐานะพระภิกษุ หลังจากสิ้นรัชกาลกรุงธนบุรี เป็นเวลา 33 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2325 จนกระทั่งเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2368 โดยที่ไม่ได้ทรงถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ตามพระราชพงศาวดาร แต่ได้ทรงสับเปลี่ยนพระองค์กับทหารคนสนิทหรือพระญาติ ที่มีรูปพรรณใกล้เคียงกันแทน

ส่วนใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนน่ารักต้องมาแวะ ตลาดย้อนยุค@ปากพนัง สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ตั้งอยู่ติดเรือนจำปากพนัง ริมคลองบางฉลากที่เชื่อมต่อจากแม่น้ำปากพนัง

ในอดีตอำเภอปากพนัง เป็นเมืองท่าเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของทะเลฝั่งตะวันออก เป็นแหล่งที่คนมาจับจ่ายใช้สอยมาก จึงคิดสร้างตลาดย้อนยุคเพื่อสะท้อนบรรยากาศในอดีตของวิถีชีวิตชาวปักษ์ใต้ เมื่อนำแนวคิดตลาดย้อนยุคมาเป็นจุดขาย ทั้งการแต่งกาย อาหารพื้นบ้านที่คนปากพนัง มีฝีมือจัดจ้านอยู่แล้ว ทำให้เป็นโดนใจผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่จนหลั่งไหลมาเที่ยวชมหนาแน่นอยู่ทุกอาทิตย์

ความโดดเด่นของหลาดนี้ เริ่มจากร้านขายของที่จัดเป็นซุ้มสร้างด้วยวัสดุธรรมชาติ เรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนที่นั่งทานอาหารจะอยู่ริมคลอง หรือจะเดินไปชิมไปก็เพลินไม่น้อยเพราะมีของอร่อยให้เลือกมากมายเกือบ 40 ร้านค้า ของดีของเด็ดประจำหลาดนี้ ได้แก่ ผัดหมี่แดงเมืองนังสูตรดั้งเดิมของถิ่นนี้ ขนมจีนเส้นสด พิเศษตรงที่ลูกค้าตักน้ำยาได้เอง มีทั้งแกงเผ็ด กะทิ น้ำพริก ถ้าผสมทั้ง 3 น้ำยาก็จะได้รสชาติอร่อยอีกแบบ

ข้าวยำห่อใบบัว หลากสีสัน รสชาติเข้มข้น อาหารพื้นเมืองชื่อแปลกอย่างผักบุ้งไต่ราวก็น่าลอง มาปากพนังเมื่อใด อย่าลืมมาเที่ยวตลาดย้อนยุค ทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตั้งแต่เวลา 15:00 น. ไปจนถึงเวลา 20:00 น.

มาถึงแถวนี้แล้วแนะนำไปให้ไปชม ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ตั้งอยู่ที่อำเภอปากพนัง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชที่ 9 เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และพื้นที่ใกล้เคียง

ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม และปัญหา ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิต ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างครบวงจร  และด้วยทัศนียภาพโดยรอบที่งดงาม เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางแม่น้ำปากพนัง มีสะพานข้ามฝั่งแม่น้ำเพื่อให้คนในพื้นที่ได้สัญจรข้ามไปมาอีกด้วย

ปิดท้ายด้วยการมาชอป หลาดริมคลองหัวไทร ที่นี่มีชื่อว่า “หลาดริมคลองหัวไทร” เป็นตลาดวัฒนธรรมอยู่บริเวณริมคลองหัวไทร ที่นี่นำวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของคนหัวไทร มาสร้างภาพลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกของนักท่องเที่ยวให้เข้าถึงวิถีชีวิตคนในชุมชนแห่งนี้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนหัวไทรให้ดีขึ้น  พื้นที่ของหลาด มีการแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนถนนคนเดิน จำหน่ายอาหารและสินค้าทั่วไป

ที่นี่มี่ของกินหรอยๆเพียบ ไล่ตั้งแต่ข้าวแกงปักษ์ใต้ หมี่ผัด ขนมจีน อาหารหลักของเมืองคอนที่ไม่ว่าไปตลาดไหนก็ต้องเจอ แต่เมนูที่ต้องรีบไปต่อคิวก่อน เดี๋ยวช้าหมดอดกินคือ ไก่กอและสูตรโบราณ ที่ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลก ใครมาที่หลาดแห่งนี้แล้วไม่ได้ชิม ถือว่ายังมาไม่ถึงหัวไทร ขนาดนักชิมอาหารชื่อดังระดับโลกลองแล้วยังติดใจ

หากเดินมากชักเริ่มเมื่อย แวะได้เลยที่ ร้านน้ำชา จิบเครื่องดื่มให้สบายอารมณ์ พอแดดร่มลมตก ก็ไปเดินชมการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น จุดขายของที่นี่คือ การแสดง มโนราห์คาบเรือ คาบครก ที่โด่งดังไปทั่ว เป็นความสามารถที่เรียกผู้เข้ามาชมได้หนาแน่นทุกครั้ง ยามค่ำที่หลาดแห่งนี้จะประดับประดาไฟสวยงาม น่าไปนั่งเล่น นั่งชิลล์มากๆ  ตลาดแห่งนี้จะเปิดให้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 15.00 จนถึงเวลา 21.00 น.

เห็นไหมว่านครศรีธรรมราช มีเที่ยวสวยๆ และร้านเด็ดๆ ให้แวะมาลองมาค้นหาความสนุกเพียบ ทริปหน้าถ้ายังไม่มีแพลนไปไหน มาเยือนนครศรีธรรมราชกันนะครับ

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

เที่ยวนครศรีธรรมราช 3 วัน 2 คืนเที่ยวฟิน กินกระจายสไตล์ “เมืองรอง” ต้องไปลอง!
Rate this post

Leave a Comment